คอร์สเรียน IELTS

หลักสูตรคอร์สเรียน IELTS

International English Language Testing System

     IELTS คือ ข้อสอบภาษาอังกฤษระดับสูง ใช้สอบเพื่อศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในหลักสูตร International Program ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นคณะทางสังคมศาสตร์ อักษรศาสตร์ รวมไปถึง แพทยศาสตร์ โดยกำหนดคะแนนหรือ band ที่ใช้ศึกษาต่อประมาณ 6.5 ในคณะทั่วไป และ 7.0 ในคณะแพทยศาสตร์

โดย IELTS มีประเภทของข้อสอบ อยู่ 2 ประเภท แยกตามการใช้งาน คือ

1. ใช้เพื่อทำงาน จะเรียกว่า IELTS module General training (GT) ยื่นประกอบกับ  VISA เพื่อใช้ทำงาน เป็น Temporary residence หรือ Permanent residence

2. ใช้เพื่อศึกษาต่อ จะเรียกว่า IELTS module Academic และถ้าใช้เพื่อศึกษาในประเทศอังกฤษ ต้องใช้ IELTS module UKVI  ซึ่งจะมีราคาในการสอบต่างกัน

    โดยในปี 2019 นั้น IELTS มีการสอบแบบใช้คอมพิวเตอร์แล้ว ซึ่งจะได้ผลคะแนนที่รวดเร็วกว่า ซึ่งใช้เวลาเพียง 5 วันทำการเท่านั้น ซึ่งปีก่อนๆจะมีเพียงการสอบแบบ Paper ซึ่งจะใช้เวลาในการตรวจ รวมถึงการประกาศคะแนนถึง 2 สัปดาห์.

FREE e-placement test

IELTS Practice Tests


REGISTER COURSES

ประเภทของข้อสอบ IELTS มีอยู่ด้วยกัน 3 แบบ คือ

1. IELTS Modules General Training

Module นี้เน้นสำหรับบุคคลทำงานเป็นหลัก หรือผู้ที่สนใจต้องการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการทำงาน หรือการสมัคร VISA เพื่อทั้ง Temporary และ Permanent ของประเทศออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์,  และประเทศต่างๆในยุโรป โดยมีความแตกต่างจาก IELTS ประเภทอื่นๆตรงที่เนื้อหาในการสอบของ Part Reading และ Writing ซึ่งจะเน้นภาษาอังกฤษในการสื่อสารในชีวิตประจำวันหรือด้านการทำงานมากกว่า ซึ่งคะแนนเต็มของแต่ละ Part จะอยู่ที่ 9 เท่ากับ IELTS ประเภทอื่นๆ

2. IELTS Modules Academic

Module นี้จะเน้นด้านการศึกษา และวิชาการเป็นหลัก และเป็นที่ยอมรับในทุกสาขาอินเตอร์ทั้งในประเทศและต่างประเทศสำหรับการยื่นผลคะแนนเพื่อเข้าศึกษาต่อตั้งแต่ระดับ มัธยมศึกษา, ปริญญาตรี, โท, และเอก หรือระดับอาชีวต่างๆ ซึ่งผลการสอบ IELTS academic เป็นที่นิยมสำหรับการสอบเข้าในมหาวิทยาลัยเมืองไทย ไม่แพ้ TOEFL iBT เลยเช่นกัน ซึ่งข้อสอบ IELTS Academic จะเน้นเนื้อหาทางวิชาการ และหลักไวยกรณ์ซึ่งแตกต่างจาก IELTS GENERAL TRAINING ที่เน้นด้านการทำงานเป็นหลัก คะแนนเต็มของแต่ละ Part จะอยู่ที่ 9 คะแนนเช่นกัน

3. IELTS Modules UKVI

Module นี้ถูกเพิ่มมาเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ โดยจุดประสงค์หลักของ Module นี้ จะเป็นผลคะแนนที่รับรองการใช้ยื่นเข้ามหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร โดยผล IELTS UKVI จะถูกออกแบบมาให้สามารถใช้ประกอบในการทำวีซ่านักเรียนได้สะดวกกว่า IELTS ประเภทอื่น เนื่องจากมีเอกสารแนบท้้าย อีกทั้งยังเป็นที่ยอมรับในหลายยสถาบันในสหราชอาณาจักร แต่ทั้งนี้ IELTS UKVI จะมีค่าสอบที่แพงกว่า แม้ว่าจะมีลักษณะเนื้อหาไม่ต่างจาก IELTS ACADEMIC เลย ดังนั้น หากไม่มีความจำเป็นในการไปศึกษาต่อที่สหราชอาณาจักร ควรจะแนะนำเป็น IELTS ACADEMIC มากกว่า UKVI ซึ่งคะแนนเต็มของแต่ละ Part จะอยู่ที่ 9 คะแนนเท่ากับ IELTS ประเภทอื่นๆ

 

อันดับ 1 ในการติว IELTS ที่ Englican

Englican International-Thailand เปิดคอร์สเรียน IELTS Private class ในห้องเรียนส่วนตัว

รายละเอียดคอร์สเรียน IELTS

  • การฟัง (Listening)

          เนื้อหาการฟังในคอร์สเรียน IELTS จะเน้นเรื่องการฟัง และการจับใจความเป็นหลัก ซึ่งลักษณะการสอนจะเน้นเทคนิคในการตอบคำถาม Keyword ที่ต้องตั้งใจฟัง หรือรูปแบบของคำถามชนิดต่างๆ ซึ่งการฝึกฝนและการ guideline ของอาจารย์อย่างใกล้ชิดถือเป็นจุดเด่นที่จะทำให้นักเรียนได้คะแนนดี ซึ่งเนื้อหาของข้อสอบส่วนใหญ่จะเป็นการฟังบทสนทนาทั่วไป ด้านการศึกษา และการบรรยายเชิงวิชาการ หรือ การอภิปรายต่างๆ

  • การพูด (Speaking)

          คอร์สเรียน IELTS พาร์ท Speaking จะมีเนื้อหาที่คล้ายคลึงกับพาร์ท Listening ในลักษณะของคำถาม ซึ่งอาจจะถามเกี่ยวกับเรื่องทั่วๆไป ความคิดเห็นของตัวผู้สอบ หรือ ประสบการณ์ต่างๆ ซึ่งคำถามจะเน้นทั้ง 2 ด้าน คือการตอบคำถามแบบสั้น, ยาว, และการเล่าเรื่อง ตัวผู้เรียนจะได้ถามตอบกับเจ้าของภาษาจริงๆซึ่งจะใช้ระยะเวลาในการสอบประมาณ 5 นาที ผู้เรียนคอร์ส IELTS ที่สถาบัน ELC International-Thailand จะได้รับการฝึกฝนประเภทของคำถามต่างๆ การอธิบายขยายความ ไอเดียต่างๆ การยกตัวอย่างประกอบ และเทคนิคอื่นๆที่ตัวคำถามต้องการ ทำให้เพิ่มความมั่นใจในการตอบคำถาม และตอบคำถามได้อย่างถูกต้องตรงประเด็น

  • การอ่าน (Reading)

            สำหรับพาร์ทการอ่าน ในคอร์สเรียน IELTS จะเน้นรูปแบบของคำศัพท์เชิงวิชาการที่ใช้ในการอ่าน ความเข้าใจต่อตัวบทความและเนื้อหา รวมถึงเรียนรู้รูปแบบของคำถามที่แตกต่างกัน และวิธีการตอบคำถามในแต่ละรูปแบบให้ตรงประเด็นและใช้เวลาน้อยที่สุดในการทำ ซึ่งตัวข้อสอบการอ่านจะมีบทความให้ถึง 3 บทความ ซึ่งความยาวแต่ละบทความอยู่ระหว่าง 350 – 550 คำ ภายในเวลา 60 นาทีถือเป็นสิ่งสำคัญมาก ดังนั้นการบริหารเวลาถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการทำคะแนนให้ได้ดี

  • การเขียน (Writing)

             คอร์สเรียน IELTS พาร์ทการเขียน ถือเป็น หนึ่งในทุกๆพาร์ทที่ทางสถาบัน ELC International-Thailand มั่นใจและภูมิใจ เนื่องจากพาร์ทนี้ถือเป็นสิ่งที่ท้าทายที่สุด ทั้งการเขียน การเรียบเรียงเนื้อหา การอธิบายขยายความ การเชื่อมโยงไอเดีย และประโยคต่างๆเข้าด้วยกัน ซึ่งทางสถาบันมีคณาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญที่สอนตั้งแต่ STEP เริ่มต้น รู้จักกับประโยคประเภทต่างๆ การเขียนที่ถูกหลักไวยกรณ์ การตีความโจทย์ การให้เหตุผลที่มีประสิทธิภาพ ลักษณะของข้อสอบเป็นการเขียน Essay ทั้ง 2 ส่วน และใช้เวลา 60 นาที ดังนั้นการบริหารเวลาถือเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน

เกณฑ์ในการชี้วัดคะแนน CEFR เมื่อเทียบกับนักเรียน ELC International 

                   จากตาราง เกณฑ์คะแนนที่ดีที่สุด IELTS จะอยู่ในระดับ C2 ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดที่นักเรียนสามารถทำได้ ซึ่งระดับนี้สะท้อนถึงความสามารถทางด้านภาษา ทั้งการสื่อสารและไวยกรณ์ได้เสมือนเป็นเจ้าของภาษา แต่ทั้งนี้นักเรียนไทยส่วนใหญ่ที่อยู่ในระดับมัธยมศึกษา จะสอบได้คะแนนที่อยู่ในช่วง B1 (คะแนน ประมาณ 4.0 – 5.0 ) ซึ่งเมื่อเทียบสัดส่วนจากนักเรียนที่เรียนคอร์ส Private ทางขวาของตารางจะเห็นได้ชัดเจนว่า คอร์ส IELTS ของทางสถาบัน ELC สามารถเพิ่มคะแนนได้อยู่ในเกณฑ์ดีกว่า ดังนั้นผู้เรียนที่ได้เรียนคอร์ส IELTS กับทางสถาบันจะมีแนวโน้มในการทำคะแนนได้สูงกว่าผู้สอบคนอื่นถึง 30% คือ ช่วง B1 ถึง C1 (คะแนนประมาณ 5.5 – 7.5 สำหรับคอร์สกลุ่ม และ 5.5 – 8.0 สำหรับคอร์สเดี่ยว)  ยิ่งคะแนนมากยิ่งมีโอกาสที่จะสอบติด โดยเฉพาะการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยด้วยวิธีการ Ranking (คนที่ได้คะแนนสูงกว่าจะได้รับพิจารณาก่อน) โดยคะแนนที่ใช้ส่วนใหญ่ในการศึกษาต่อระดับ ปริญญาตรี จะอยู่ที่ 6.0 – 6.5 คะแนน และปริญญาโท หรือ เอก จะอยู่ที่ 7.0 – 8.0 คะแนน ขึ้นอยู่กับแต่ละมหาวิทยาลัยหรืออัตราการแข่งขันในแต่ละรอบ 

อันดับ 1 ในการติว IELTS ที่ Englican

เหตุผลที่ควรสมัครคอร์สเรียน IELTS ที่ Englican International

การที่จะได้คะแนนดีใน IELTS ในทุกๆพาร์ท สิ่งที่สำคัญที่สุดคือตัวอาจารย์ ทางสถาบัน ELC มีคอร์สเรียน IELTS ที่ตัวอาจารย์เคยสอบมาก่อนทั้งสิ้น ซึ่งมีความรู้ความเข้าใจในการทำข้อสอบเป็นอย่างดี และอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญต่างมีคะแนนในแต่ละ Band 8.0+ ดังนั้นผู้เรียนจะได้เปรียบกว่าสถาบันอื่นๆเนื่องจากได้เรียนรู้เทคนิคการทำคะแนนสูงโดยตรง นอกจากนี้ยังมีข้อดีอื่นๆดังนี้

1. อาจารย์ผู้สอนเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง มีความรู้ความสามารถ ซึ่งล้วนแล้วแต่จบป.โท และเอก ในต่างประเทศ แตกต่างจากบางสถาบันที่ใช้อาจารย์ป.ตรี หรืออ.ฝึกสอน

2. เนื้อหาในการสอนมีมาตรฐาน เพราะตัวอาจารย์ผู้สอนมีการอัพเดทเนื้อหาให้ตรงต่อการสอบทุกปี และตรงจาก officials

3. บรรยากาศการเรียนการสอนเป็นส่วนตัว ไม่มีเสียงรบกวนจากภายนอก เนื่องจากเป็นคอร์ส Private

4. ผลการสอบของตัวนักเรียนเป็นไปตามเป้าหมายหากมีการทำตามที่อาจารย์แนะนำอย่างสม่ำเสมอ

โดย ทางโรงเรียนได้แบ่ง Segment ของนักเรียนเป็น 4 ระดับของความสามารถทางภาษา คือ

ระดับ 1 Beginner โดยมี band ตั้งแต่ 0-3 

ระดับ 2 Low-Intermediated โดยมี band ตั้งแต่ 3.5-6 

ระดับ 3 High Intermediated โดยมี band ตั้งแต่ 6.5-7

ระดับที่ 4 Proficiency โดยมีคะแนนตั้งแต่ 7.5-9

         หมายเหตุ : นักเรียนต้องผ่าน Mock up test ของทางสถาบันเพื่อจำแนก Segment ระดับภาษาของผู้เรียน

         สำหรับ การวางแผนเรียน IELTS ที่ Englican International ในการเรียนเพื่อ เพิ่มระดับทางภาษา จะใช้ 60 Hrs ในการผ่านระดับภาษาของ Segment นั้น และทางสถาบันจะจัด Mock up test จาก IELTS เสมือนจริง เพื่อประเมินและทำนายคะแนนของนักเรียนให้แน่ใจ ก่อนอนุญาตให้นักเรียนไปสอบ

ผลคะแนน IELTS สามารถยื่นที่ไหนบ้าง ?

คะแนน IELTS หากใช้ยื่นในไทย จะเน้นการยื่นในสาขาอินเตอร์ ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยจะมีเกณฑ์คะแนนการรับต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสาขาแต่ละสาขาและการแข่งขันในแต่ละรอบของนักเรียน

ปริญญาตรี

– สาขาที่เกียวข้องกับธุรกิจ คะแนนที่ใช้จะอยู่ประมาณ 5.0 (จากมหาวิทยาลัยเอกชน) ถึง 7.5 (จากมหาวิทยาลัยที่มีการแข่งขันสูงของรัฐบาล)

– สาขาที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ทั่วไปและประยุกต์ คะแนนที่ใช้จะอยู่ประมาณ 6.5 ถึง 7.5

– สาขาที่เกี่ยวกับด้านการแพทย์ คะแนนที่ใช้จะอยู่ประมาณ 7.0 ถึง 8.0

– สาขาที่เกี่ยวกับด้านการศึกษา คะแนนที่ใช้จะอยู่ประมาณ 6.0 ถึง 7.0

– สาขาที่เกี่ยวกับศิลปศาสตร์ คะแนนที่ใช้จะอยู่ประมาณ 6.5 ถึง 7.5

– สาขาที่เกี่ยวกับสถาปัตย์ คะแนนที่ใช้จะอยู่ประมาณ 5.5 ถึง 6.5

– สาขาอื่นๆ อาจใช้คะแนน 5.0 ถึง 6.5

ปริญญาโทและเอก

– สาขาที่เกียวข้องกับธุรกิจ คะแนนที่ใช้จะอยู่ประมาณ 6.5 (จากมหาวิทยาลัยเอกชน) ถึง 7.5 (จากมหาวิทยาลัยที่มีการแข่งขันสูงของรัฐบาล)

– สาขาที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ทั่วไปและประยุกต์ คะแนนที่ใช้จะอยู่ประมาณ 7.0 ถึง 8.0

– สาขาที่เกี่ยวกับด้านการแพทย์ คะแนนที่ใช้จะอยู่ประมาณ 7.5 ถึง 8.5

– สาขาที่เกี่ยวกับด้านการศึกษา คะแนนที่ใช้จะอยู่ประมาณ 6.5 ถึง 7.5

– สาขาที่เกี่ยวกับศิลปศาสตร์ คะแนนที่ใช้จะอยู่ประมาณ 7.0 ถึง 7.5

– สาขาที่เกี่ยวกับสถาปัตย์ คะแนนที่ใช้จะอยู่ประมาณ 6.5 ถึง 7.5

– สาขาอื่นๆ อาจใช้คะแนน 6.5 ถึง 7.5

การเตรียมตัวก่อนสอบ IELTS

1. ผู้สอบจะต้องทำการสมัคร Account ของ IELTS ก่อน เพื่อกรอกรายละเอียดเกี่ยวกับตัวผู้เข้าสอบ

2. ผู้สอบจะต้องทำการ Log in Account ของ IELTS เพื่อเลือกประเภทของการสอบ, วันเวลาในการสอบ, และสถานที่ในการสอบ

3. ผู้สอบจะต้องนำ Passport หรือ บัตรประจำตัวประชาชนมาเพื่อเข้าสอบ

4. ทางศูนย์สอบจะเตรียม อุปกรณ์ในการสอบไว้ให้ หากเลือกประเภทการสอบเป็น Paper Test แต่หากเป็น Computer Test ผู้สอบสามารถทำการสอบโดยใช้คอมพิวเตอร์ที่ทางศูนย์สอบเตรียมไว้

5. คะแนนสอบจะออกหลังจากที่สอบ Paper Test ประมาณ 2 อาทิตย์ หลังจากที่สอบเสร็จ แต่หากเป็น Computer Test คะแนนจะออกประมาณ 1 อาทิตย์

IELTS Course

IELTS is known as International English Language Testing System consisting 3 main modules.

1. IELTS General Training Module is one of the least complicated modules. Its purpose is to be the reference for work permit or permanent residence in Western countries particularly Australia which mostly requires to have overall score 6.0 for Non-skilled labour and 7.0 for Skilled-labour.

2. IELTS Academic Module is more intensified in academic studies for both undergrad and postgrad levels which most universities may require at least 6.5 overall score. However, some universities also provide several alternative programs known as “Pathway” for the students who do not meet the language standard with higher cost of fees and more time spent in the pre-college before attending the designated major.

3. IELTS UKVI Modules is focused on an academic approach which can be the reference for applying VISA in the UK. Most universities require students to have at least 6.5 overall score to be eligible for the university enrollment. However, some universities also provide several alternative programs known as “Pathway” for the students who do not meet the language standard with higher cost of fees and more time spent in the pre-college before attending the designated major.

Englican International opens IELTS Private class which is classified into 4 main parts.

1. Listening
The candidates have to listen to the audio records of each dialog. The speakers can be ranged for English speaking countries talking about different several topics. This part takes around 30 minutes.

2. Reading
This section consists of both general and technical texts. Passages are either in the form of academic or instructional passages that the test in this part has 3 different passages. It takes 60 minutes to complete all 3 passages.

3. Writing
This section is classified into 2 sub-sections. The first sub-section requires the candidate to describe a diagram or graph whereas the second sub-section requires to write a 250 word essay which takes approximately 60 minutes.

4. Speaking
This section takes around 5-6 minutes that the candidate needs to speak with the examiner according to the given questions and topics. Thus, it is similar to an interview in English communication.

Englican International has classified the level of student potential into 4 main levels;

Level 1: Beginner (0-3 band score)
Level 2: Lower-Intermediate (4-6 band score)
Level 3: Upper-Intermediate (6.5-7 band score)
Level 4: Proficiency (7.5-9 band score)

ติดต่อสอบถาม